Seafood Platter at Grill House Pattaya

Seafood Platter at Grill House Pattaya

หายไปทำงานระยองอยู่หลายสัปดาห์ กลับมาหมดเรี่ยวหมดแรง ไม่ได้เขียน blog กันซักที แถมค้นรูปที่ถ่าย ส่วนใหญ่เป็นรูปอาหารเสียอีก แต่ก้อยังดีที่ยังพอมีรูปอยู่บ้าง

ผมง่วนอยู่กับงานที่บริษัท SKY ตลอดสิ้นเดือนสิงหา เสร็จแล้วก้อต่อด้วยงานสอน Joomla ที่ APCD ต้นเดือนกันยา จากนั้นก้อติดงานติดตั้งที่ระยอง อีกสามสัปดาห์ เลยไม่มีเวลาอัพเดท blog เสียที ทั้งงาน ทำบุญเปิดสำนักงาน Figabyte และ งานอื่นๆ อีกมากมาย เลยห่างหายไปจากการเขียน blog อยู่เดือนกว่า

ไปพัทยางวดนี้ ผมไปแทนพี่ที่ทำงานครับ เนื่องจากมีงานติดตั้งเครื่องจักรพร้อมกันสองที่ พี่ช่างคนแรก ต้องไปทำไซท์งานที่สอง ผมเลยไปเสียบไซท์งานแรก งานหลักไม่มีอะไรเลยครับ เป็นพนักงานขับรถโดยแท้ จนตำแหน่งงานผมควรจะเรียกว่า Driving Engineer มากกว่า (ถ้าจะให้แปลกันตรงๆ น่าจะเป็น Engineer’s Driver ถึงจะถูก) งานนี้เลย ขับรถ พัทยา-ระยอง เป็นว่าเล่น)

Why Pattaya Paradise?

จริงๆ แล้ว พัทยา อาจจะไม่ใช่สวรรค์ของผมหรอกครับ มันไม่ได้มีอะไรที่เข้ากับตัวผมเท่าไหร่นัก แค่ว่าจากประสบการณ์ และมุมมองที่ผมเห็น ที่นี่อาจจะเป็นสวรรค์สำหรับใครหลายๆ คน… ผมไม่ได้พูดถึงเรื่องผู้หญิงอย่างเดียวหรอกนะครับ เพราะถ้าเรื่องนี้ผมมองว่ามันเป็นวัฏฏสงสารของสัตว์โลก ที่แทบจะไม่มีโอกาสได้ลืมหูลืมตากันเลยมากกว่า มุมมองที่ผมมองนั้น หมายถึง โอกาส และความเป็นไปได้ ครับผม

ที่นี่เป็นเมือง 24 ชั่วโมงโดยแท้จริง ครับ มีร้านอาหารระดับกึ่งภัตตาคาร ที่เปิด 24 ชั่วโมงได้จริงๆ คุณภาพอาหารไม่เลวเลยทีเดียว ผับบาร์ หลายๆ ที่ก้อสามารถเปิดได้ 24 ชั่วโมง (มันเอาเวลาที่ไหน ไปหลับนอนกันฟระ) อยากจะหาอะไร ก้อหาได้ไม่ยากนัก มีเกือบทุกอย่าง ความบันเทิงมีครบเครื่องเกือบทุกประเภท ทั้งสำหรับคนไทยและต่างชาติ แถมอินเตอร์เนท Hutch EV-DO ยังเร็ว และแรก อีกต่างหาก

แต่ก่อนตอนเด็กๆ ผมเคยคิดว่า พัทยา คงจะมีแต่ชาวต่างชาติแน่ๆ เลย คนไทยไม่ค่อยเยอะหรอก… แต่พอได้มาสัมผัสจริงๆ แล้ว เราจะพบความจริงข้อหนึ่งว่า ยิ่งชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวเยอะมากเท่าไหร่ เราก้อต้องการแรงงานคนไทย เพื่อทำงานบริการในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มากเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร โรงแรม ฯลฯ และคนไทยเหล่านี้ ก้อเหมือนเราๆ นี่แหละครับ ทำงานเสร็จ ก้อต้องการที่กิน ที่เที่ยว เหมือนๆ กัน แต่ว่า กว่า ร้านอาหาร ผับบาร์ จะปิด หรือกว่าจะออกเวรงานโรงแรม ก้อตีสองตีสามเข้าไปแล้ว อยากจะไปกินไปเที่ยว จะไปได้ที่ไหนหละครับ ฉะนั้นจึงมีสถานที่เที่ยว ให้กับคนไทยมากมาย ที่จะเริ่มคึกคักในยามค่ำคืน เปิดกันจนพระออกบิณฑบาตกันเลยทีเดียว มีหลายครั้งที่ นั่งกินโค๊กกันเพื่อนๆ ถึงพระอาทิตย์ขึ้นคาตาเลยครับ

เรื่องอาหารนั้น แต่เดิมผมเคยคิดว่า โอ้ย… พัทยา ไม่มีอาหารไทยอร่อยๆ หรอก มีแต่อาหารทำให้ฝรั่งกินทั้งนั้นแหละ แพงและจืด เหอๆ แต่ถ้ารู้แหล่งแล้วหละก่อน อยู่ได้เป็นเดือนๆ ไม่มีปัญหาครับ พัทยาเป็นเมืองขนาดกลาง ที่มีของกินเกือบทุกอย่างครบถ้วนในตัวมันเองเลย

สีสันชีวิตกลางคืนที่นี่ น่าจะถือว่าเป็นที่สุดแล้วครับ มีทุกรสทุกประเภท (พูดเหมือนไปมาหมด แต่ว่า ไม่ได้ไปไหนเลยครับ ฟังเค้าเอามาเล่าต่ออีกที)

Hey! I went to Rayong for working! not in Pattaya!

เอ่อ… อาจจะมีหลายคนเข้าใจผิด ว่าผมไปเที่ยวพัทยาอยู่สามอาทิตย์ แต่จริงๆ แล้วผมมาทำงานที่โรงงานลูกค้าที่ระยองครับ แต่ว่ามันอยู่ บ้านฉาง ซึ่งใกล้กับพัทยามากกว่า และมีช่างเยอรมันมาทำงานด้วย เลยพักกันที่พัทยา เนื่องจากสะดวกกว่า เดินทางใกล้กว่า มีอาหารให้เลือกมากกว่าครับ

ไปทำงานระยองอยู่สามอาทิตย์กว่า เอาเข้าจริงๆ ก้อเหนื่อยอยู่เอาการเหมือนกันครับ เพราะว่า ขับรถมันก้อใช้สมาธิเยอะ ไปช่วยช่างต่างประเทศทำงานก้อไม่ค่อยมีอะไรมาก เพราะว่า งานออกแรกติดตั้งจริงๆ เกือบเสร็จหมดแล้ว งานแปลก้อโอเคอยู่ครับ สิ่งที่เป็นช่องว่างระหว่าง ลูกค้ากับผู้ผลิตเครื่องจักร ที่ทำให้ผมมีงานทำจนถึงทุกวันนี้ ก้อคือ ภาษาอังกฤษ นี่แหละครับ และที่เหนื่อยสุดคือ ตอนที่ไม่มีอะไรทำ!!! มันง่วงนอน!!! พยายามถ่างขี้ตาตื่น เวลาไม่มีงานทำ ฮ่าๆๆ มีอยู่วันนึง น้ำมูกไหล เลยกินยาลดน้ำมูกไปตอนเช้า โอ้วแม่เจ้า ง่วงน้ำตาเรี่ยน เป็นที่ยิ่ง… กาแฟก้อเอาไม่อยู่ถึงขั้นต้องไปหาซื้อ M-150 หน้าโรงงานมาซัดโฮก… แต่ก้อยังเอาไม่อยู่ อยู่ดีครับ โงนเงนอยู่วันนึงเต็มๆ พอห้าโมงเย็นได้เวลากลับบ้าน กลับตาสว่างขึ้นมาซะงั้น T.T