ครอบครัวศรีประพฤทธิ์ชัย และทายาทรุ่นที่สอง

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก วันนี้ครบรอบแต่งงาน 2 ปีแล้วครับ!!! ได้ผลผลิตมา 1 หน่อทันใจปู่ย่าตายายมาก ผมยังจำช่วงเวลาที่ตัดเค๊กได้อยู่เลย ฮ่าๆๆ ใครที่ยังไม่ได้แต่งงาน รีบๆ ซะนะครับ

คุณหมอเด็กใจแตก ท้องในวัยเรียน

สิ่งทีเป็น Talk of the town ของคุณหมอหนุนก็คือ ท้องในวัยเรียนครับ เมื่อเรียน resident ปี 1 ที่ศิริราช เป็นอันรู้กันอยู่แล้วว่า ใช้งานหนักขนาดไหน ยังมีเวลาอุ้มท้องได้อีก แถมทำงานจนกระทั่งคลอดเลยครับ คือทำงานๆ อยู่ตามปกติ แล้วปวดท้อง เลยไปตรวจดูเล่นๆ หลังเลิกงาน ปรากฏว่าจะคลอดแล้ว!!! แล้วก็คลอดกันคืนนั้นเลยครับ

ลูกชายที่ชอบขมวดคิ้วตั้งแต่เกิด

นะโมอายุ 4 วัน

ขึ้นเตียงตลอดตอน 5 ทุ่ม ทำคลอดด้วยวิธีการผ่าหน้าท้อง เนื่องจากเด็กไม่กลับหัว เด็กออกมา 5 ทุ่ม 4 นาที… ไวมาก!!! อย่างกับแค่ดูดสิวเสี้ยน ตั้งแต่น้องนะโมคลอดออกมา มันก็ขมวดคิ้วตลอดเวลา มันจะเป็นเด็กช่างสงสัยไปไหน เป็นผลพวงจากที่แม่หนุนชอบขมวดคิ้วเวลาทำงาน (แต่พอสำรวจตัวเองดูแล้ว ผมก็ชอบขมวดคิ้วเวลาตีกลองเหมือนกัน ฮ่าๆๆ) สงสัยพฤติกรรมขมวดคิ้วคงจะเป็นกรรมพันธุ์ และสืบทอดผ่านทาง DNA และเป็นยีนส์เด่นเสียด้วย

เครื่องปั๊มนมพลังช้างสาร กับ แม่พันธุ์ผลิตนมชั้นเลิศ

ตอนตัดสินใจซื้อเครื่องปั๊มนมไฟฟ้า อันละ 7 พันกว่าบาท ก็สองจิตสองใจอยู่ ว่าจะได้ใช้งานมันมั้ยนะ ถ้าซื้อมาแล้วนมแม่มีน้อย ใช้ได้ไม่นานนมก็แห้งคงจะไม่คุ้ม เพราะได้ยินมาบ่อยๆ ว่า ผู้หญิงที่ทำงานหนักมักจะเครียดและน้ำนมไม่ค่อยไหล ประกอบกับหนุนเป็นคนผอมแะกินน้อยมาก (ในใจสงสัยว่าสังเคราะห์แสงเอารึยังไง) แต่พอได้ใช้จริงๆ แล้วถือว่าโชคดีมากครับ เครื่องปั๊มนม Phillips  Avent นี่ดีมาก ปั๊มนมออกมาง่าย และได้ปริมาณมาก (เทียบกับเครื่องปั๊มนมตัวอื่นๆ ที่ทดลองใช้ที่โณงพยาบาลเป็นระยะๆ) ตอนนี้ตู้เย็นบ้านผมถูกนมแม่ยึดช่องแข็งไปเป็นที่เรียบร้อยครับ

หมอเด็กฉีกตำราพัฒนาการทิ้ง

ผมเห็นหมอหนุนกับคุณแม่หมอหนุนเถียงกันมานานตั้งแต่ช่วงตั้งท้อง เกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงเด็กที่เหมาะสม ฯลฯ แม่หมอบอกว่า เชื่อแม่ เพราะแม่เลี้ยงลูกมาสามคนแล้ว ส่วนหมอแม่ก็บอกว่า ไม่จริง ตำรามันเขียนอย่างนี้ ถ้าไม่เชื่อหมอแล้วเค้าจะเรียนหมอมาทำไม

เมื่อเวลาผ่านไปเพียง 3 เดือนเท่านั้น หมอแม่แทบจะเขวี้ยงตำราทิ้งเลยทีเดียว เนื่องจากการเลี้ยงจริงๆ ช่างมีรายละเอียดยิบย่อยมากมายนัก และแต่ละครอบครัวย่อมมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันไป การเลี้ยงดูที่เหมาะสมจึงแตกต่างกัน โดยไม่มีสูตรตายตัวเหมือนในตำรา ประกอบกับน้องนะโมได้กินนมแม่ตลอด 4 เดือนแรก ในชีวิตไม่เคยได้ลิ้มรสนมผงและน้ำเปล่า (เคยได้นมผงอยู่ครั้งเดียวตอนคลอด) และเป็นเครื่องย่อยนมแม่พลังช้างสารอีกเช่นกัน กินเยอะมากมาย พัฒนาการเลยสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานอยู่ใน percentile ที่ 97 เกือบตลอดเวลา (ตอนนี้มันทะลุกราฟไปแล้ว) ทั้งในเรื่องการเจริญเติบโตทางร่างกาย และพัฒนาการด้านการเรียนรู้ และการเคลื่อนไหวของร่างกาย ต้องขอขอบคุณแม่พันธุ์นมแม่ชั้นเลิศ และเครื่องปั๊มนมพลังช้างสารครับ

ครอบครัวและตัวตนเริ่มสมบูรณ์เมื่อมีลูก

หลายคนอาจจะคิดว่า รักกัน แต่งงานกันไม่ต้องมีลูกก็ได้ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เคยคิดอย่างนั้นครับ และหลังจากมีลูกทำให้ผมได้เข้าใจอะไรหลายๆ อย่างมากขึ้นมาก ผมมองย้อนกลับไปจากมุมมองของคนวัยทำงานที่ยังไม่แต่งงาน มองดูเพื่อนร่วมงานที่มีครอบครัว มีลูกแล้ว ณ วันนั้น หลายอย่างเรามองไม่เห็น ทั้งในเรื่องของวิธีคิด เวลาว่าง การแบ่งเวลา สิ่งที่สำคัญในชีวิต การใช้จ่าย ฯลฯ

เมื่อครั้งเราอยู่คนเดียว เรายังทำเพื่อตัวเองเสียมาก เงินเก็บทำได้ไม่ยากหากรู้จักใช้จ่าย เมื่อแต่งงานแล้ว เรายังมีทรัพย์และเวลาให้ความบันเทิงกับตัวเองและภรรยาอยู่บ้าง เงินเก็บบริหารได้แย่ลง แต่แลกมาด้วยความสัมพันธ์ของชีวิตคู่ แต่เมื่อมีลูกแล้ว สำหรับคนทำงานอย่างผมที่กำลังตั้งตัว ถึงแม้จะไม่ได้ยากจนอดมื้อกินมื้อ แต่ก็ไม่ได้นั่งอยู่บนกองเงินกองทอง ฉะนั้นค่าใช้จ่ายทุกอย่างสำหรับให้ความบันเทิงตัวเอง แทบจะหยุดเกือบทั้งหมด เหลือแค่ใช้ตามความจำเป็น อันไหนงดได้ก็งด ใช้จ่ายให้ตัวเองอย่างประหยัดมากขึ้น แต่เงินที่เหลือก็พุ่งไปที่ลูกครับ จากของราคา 5 พันบาท ที่สมัยก่อนอยากจะซื้อก็ซื้อได้เลย ไม่ต้องคิดมาก ทุกวันนี้คิดแล้วคิดอีก เพราะมันคือค่าวัคซีนลูก หรือ ค่าผ้าอ้อม หรือ ค่าพี่เลี้ยงเด็ก ฯลฯ

เวลาว่างที่เหลือทั้งหมดแต่เดิมก็สามารถใช้ให้ความบันเทิงตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นงานอดิเรกที่ชอบ ฯลฯ จากที่ทำงานหลักวันละ 8 ชั่วโมง กลับมานั่งทำงานที่ชอบเล่นๆ ที่บ้านได้อีกหลายชั่วโมง กลายเป็นนอกเวลางานก็อยากจะทิ้งงานไว้ตรงนั้น แล้วอยากจะให้เวลาที่เหลือกับลูก เสาร์อาทิตย์เลิกคิดว่าตัวเองอยากเที่ยวทีไหน คิดแต่ว่าจะพาลูกเมียไปเที่ยวไหนดี (ตอแหลมากมาย ฮ่าๆๆๆ…)  ถึงแม้ว่าชีวิตจริงของผมจะไม่เป็นเช่นนั้นก็ตาม… ใจอยากอยู่กับลูก แต่หลายครั้งมันก็มีงานค้างที่ต้องสะสางให้แล้วเสร็จ เสาร์-อาทิตย์ ก็ยังคงมีงานเล็ดลอดมาเสมอ

การที่เห็นมุมมองที่แตกต่างนี้ ทำให้ผมมองผู้ใหญ่คนอื่นๆ ได้เข้าใจมากขึ้น เมื่อก่อนมองแค่จากภายนอกมองเข้าไป เราก็เห็นแค่เปลือกของครอบครัว แต่เมื่อมีครอบครัวเองทำให้เห็นมุมมองจากภายในครอบครัว ทั้งความรู้สึกในจิตใจของเราเอง และความรักที่แม่แสดงออกต่อลูก ความรักที่ลูกแสดงออกต่อพ่อแม่ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ทำให้เราเข้าใจความรู้สึกของ คุณพ่อ คุณแม่ ของเรามากที่สุด นี่คือสิ่งที่ผมหมายถึงครอบครัวที่สมบูรณ์ และตัวตนที่สมบูรณ์

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ผมก็คงต้องค่อยๆ ปรับตัวไปเรื่อยๆ เพราะแน่นอนว่าเราไม่เคยอายุเท่าเดิม และลูกเรามันก็ไม่เคยอายุเท่าเดิมเหมือนกัน เดี๋ยวมันก็ถึงเวลาที่ลูกเริ่มเดินได้ เริ่มพูดได้ ต้องเข้าโรงเรียน จีบสาว ฯลฯ เราก็คงต้องปรับตัวไปเรื่อยๆ ตามสังขารที่แก่ลงอีกเช่นกัน