Namo - Naked Fine Day 8 Aug 2010

Namo - Naked Fine Day 8 Aug 2010

น้องนะโม 7 เดือนแล้วคร้าบบบ… ได้ฤกษ์เขียนเรื่องเกี่ยวกับลูกเสียที หลังจากผลัดผ่อนมานาน มาดูกันครับว่าวงจรชีวิตน้องนะโมเป็นยังไงกันบ้าง

Namo – at the moment when he was born

Namo Born, Just Bornครั้งแรก และครั้งสุดท้ายที่ผมได้เขียนเกี่ยวกับกำเนิดน้องนะโม ก็วันที่คลอดนั่นแหละครับ หลังจากนั้นเวลาส่วนตัวช่วงกลางคืนก็หดหายไป แทบจะไม่มีเวลามานั่งเรียบเรียงเขียนอะไรละครับ หากเพื่อนๆ อยากจะติดตามชีวิตน้องนะโมเมื่อครั้งลืมตาดูโลกกว้างครั้งแรก สามารถติดตามได้ที่ลิงค์นี้ครับผม http://www.sexdrum.net/2010/01/namo-born-just-born/

Namo The Newborn

namo day 4ด้วยความที่เป็นคุณพ่อมือใหม่ แต่โชคดีที่คุณแม่มือใหม่ของกระผมเป็นหมอเด็กครับ เลยไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่กับการปรับตัวในสิ่งที่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากช่วงคลอดใหม่ๆ น้องนะโมมีปัญหาเรื่องตัวเหลือง และมีโรคประจำตัวคือ G6PD ทำให้ต้องอยู่ดูอาการอยู่ที่โรงพยายาลอยู่ 1 สัปดาห์เต็มครับ คุณแม่หนุนเลยได้ผลพลอยได้คือ ได้สอบอยู่ในห้องผู้ป่วย และรอตัดไหมแผลทำคลอดไปด้วยเลยครับ

สิ่งที่ผู้เป็นพ่อต้องปรับตัวอย่างแรก ไม่ใช่ลูกครับ แต่เป็นแม่ครับ เพราะหลังจากที่ลูกที่อยู่ด้วยกันในครรภ์มาตั้ง 9 เดือนออกมาแล้ว ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงมากมายภายในวันเดียวครับ รวมถึงระดับของฮอร์โมน ฯลฯ ทำให้มีภาวะทางอารมณ์ที่เรียกกันว่า baby blue ครับ เราผู้เป็นพ่อมีหน้าที่ปลอบอย่างเดียวครับ ไม่ต้องออกความเห็นใดๆ แค่คอยให้กำลังใจและตอบว่า “ครับๆ” อย่างเดียวพอครับ

ผมว่าน้องนะโมแรกคลอดหนักตั้ง 3 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าน้ำหนักได้มาตรฐานดี แต่พอได้อุ้มจริงๆ มีความรู้สึกว่า ชีวิตน้อยๆ นี้ช่างเล็ก และเบาเสียเหลือเกิน ต้องใช้ความระมัดระวัง เอาใจใส่ และทะนุถนอมมากเป็นพิเศษครับ (วันที่เขียนอยู่นี้ น้องนะโมอายุ 7 เดือน หนัก 9 กิโลกรัม อุ้มเหวี่ยง ตีลังกา กลับหัวสนุกไปเลย ฮ่าาาา)

เนื่องด้วยแม่หนุนเป็นคุณหมออยู่โรงพยาบาลศิริราช และคลอดที่โรงพยาบาลศิริราช เลยมีเพื่อนฝูงมาเยี่ยมตลอดสัปดาห์แรกไม่ขาดสายครับ ไหนจะบรรดาญาติๆ อีกคับคั่ง เลยไม่ค่อยได้พักผ่อนเท่าไหร่นัก กลางคืนก็ไม่ค่อยจะได้นอน เพราะต้องตื่นขึ้นมาให้นมลูก หากใครไปเยี่ยมช่วงนั้นจะได้เห็น แพนด้าแม่ลูกอ่อนนอนแผ่หราอยู่บนเตียงครับ เหนื่อยเหมือนกันครับ บางทีมีโอกาสงีบตอนกลางวันแป๊บเดียวก็มีคนมาเยี่ยมอีกละ แฮ่… ช่วงไหนแขกกลับหมดต้องรีบปิดไฟนอนตุนเอาไว้ก่อนเลย เพราะราตรีนี้ยังอีกยาวไกล

ด้วยความเป็นเด็กช่างสงสัย ถึงแม้จะเป็นเด็กอารมณ์ดี แต่น้องนะโมชอบขมวดคิ้วตั้งแต่เกิด และชอบจ้องในสิ่งที่สนใจได้เป็นเวลานานๆ ครับ มาได้ยินทีหลังว่า อ่อ จริงๆ แล้วติดมาตั้งแต่ช่วงคุณหมอหนุนตั้งครรภ์ แล้วชอบขมวดคิ้วครับ โดยเฉพาะเวลาทำงาน ใครเตือนก็ไม่เชื่อครับ สุดท้ายลูกออกมา ขมวดคิ้วตามแม่เลย เหอๆ

namo-n-mom-day-4namo-n-dad-day-4namo-daddy-sleepy

Namo The first 3 months

namo-nude-star-smมีเพื่อนผมบอกว่า เราจะยุ่งตอน 1 เดือนก่อนคลอด และหลังลูกคลอด 3 เดือนแรกครับ แต่จริงๆ แล้วเราจะยุ่ง… ยุ่ง… ยุ่ง… ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมันเข้าโรงเรียนครับ เดือนแรกเป็นเดือนที่ปรับตัวครับ มีชีวิตใหม่เกิดขึ้นมา อยู่ระหว่างชีวิตคู่ (กลายเป็นชีวิตคี่ แต่ถ้าได้ลูกแฝด จะได้เป็นชีวิตคู่แบบหมู่คณะ) เลี้ยงง่ายที่สุด แต่ความถี่ในการดูแลมากที่สุดครับ

ใครๆ ก็บอกว่า เด็กช่วงนี้นอนทั้งวัน ตื่นขึ้นมากินนมทุกสองชั่วโมง… แต่ไม่เห็นมีใครบอกเลยว่ามันกินนมครั้งละนานเท่าไหร่!!! ช่วงสัปดาห์แรก ให้นมครั้งละ 40 นาทีครับ แล้วนอนครั้งละ ชั่วโมงกว่าๆ เวลากินๆ อยู่ใกล้ๆ จะหลับ เดี๋ยวก็ฉี่ เปลี่ยนผ้าอ้อมเสร็จก็ตื่นแล้วก็เริ่มกินใหม่ พอเคลิ้มๆ ก็ถ่ายอีกแล้ว! แล้วเมื่อไหร่จะนอนหละลูก…

สามเดือนแรกเลี้ยงง่ายจริงครับ ความต้องการในวงจรชีวิตชัดเจน กิน ขี้ ฉี่ นอน ตื่นขึ้นมากิน แล้วก็ถ่าย แล้วก็นอน เดาได้ง่ายครับ ไม่ค่อยร้องไห้โดยไม่ทราบสาเหตุเท่าไหร่ครับ ที่เหนื่อยคือความถี่ในการตื่นขึ้นมาป้อนนม และเปลี่ยนผ้าอ้อมทุกสองชั่วโมง ผมกับคุณหมอหนุนแบ่งหน้าที่กันง่ายมาก หมอหนุนเป็นแผนกแม่วัว ส่วนผมเป็นแผนกโถส้วมครับ ฮาาา (ขณะที่เขียน blog อยู่นี้ นะโมขนาด 7 เดือนเต็มได้เข้ามาเยี่ยมชมการเขียน blog อย่างเป็นทางการครับ)

สิ่งสำคัญที่ผมได้เห็นจากคุณหมอหนุนคือ ความเป็นแม่ สายสัมพันธ์และความรักเอาใจใส่ที่แม่มีต่อลูกครับ ผมขอนับถือในความทุ่มเท และจิตวิญญาณความเป็นแม่ ที่คอยดูแลทะนุถนอมไม่ยอมห่างเลยครับ ผมรู้ตัวเลยว่าผมไม่สามารถทำได้ดีเทียบเท่าแม่หนุนได้เลย นี่สิ แม่พันธุ์ที่ดีต้องแบบนี้ นาทีนี้พอได้พบประสบการณ์นี้แล้ว ผมเชื่อว่าทุกคนจะคิดถึงแม่ และรักแม่ของเรามากขึ้นเยอะเลยครับ

ใครที่ว่าควรแยกเตียงเด็กออกจากเตียงพ่อแม่นั้น ผมเห็นด้วยครับ หมอหนุนก็ว่าอย่างนั้น แต่ในกรณีของผม ไม่ได้เป็นเช่นนั้นแฮะ เพราะคุณแม่ต้องคอยให้นมลูกเวลากลางคืนครับ ซึ่งคุณแม่ก็เพลียเช่นกัน หลายครั้งเลยต้องให้ในท่านอนครับ แล้วก็ม่อยหลับไปพร้อมกับลูกนั่นแหละ โชคยังดีที่ทั้งผมและหนุนไม่เคยนอนทับลูกซักทีนึง เตียง 5 ฟุตนอนกันได้ 3 คนพ่อแม่ลูกครับ ฮ่า… จริงๆ แล้วผมก็เป็นกังวลจนถึงทุกวันนี้ครับ ตอนแรกซื้อเตียงเด็กมาใช้ ก็ใช้ได้อยู่ครับ แต่ใช้แค่ไม่กี่เดือน แม่หนุนก็ไม่ยอมใช้ซะละ อ้างว่าไม่สะดวกบ้าง ลูกไม่ยอมนอนบ้าง สุดท้ายก็เลยยกออกไปใช้ข้างนอกครับ ช่วงที่พี่เลี้ยงดูแลตอนกลางวัน ผมก็ปล่อยเลยตามเลยครับ

namo-nude-starnamo-nude-star-familynamo-mommy-goes-worknamo-n-daddy-sleepynamo-feeding-timenamo-in-the-tub

ในช่วงเดือนที่ 3 เด็กจะเริ่มนอนนานขึ้นครับ และผมถือว่าโชคดีมากๆ ที่น้องนะโมนอนกลางคืนได้นานมาก เริ่มนอนตั้งแต่หัวค่ำ มีตื่นกินนมแค่ 1-2 ครั้งช่วงประมาณเที่ยงคืนกับตีสามตีสี่ครับ หมอหนุนก็เป็นกังวลกลัวลูกจะได้นมไม่เต็มที่ครับ เลยไปปรึกษารุ่นพี่หมอเด็กที่ศิริราช ได้คำตอบกลับมาว่า แกควรจะกราบลูกแกซะที่อดนมกลางคืนได้โดยไม่ต้องฝึก ฮ่าาาา

Papa The Toilet Seat and The Tub Addicted

เดือนแรกโหดที่สุดเห็นจะเป็นเปลี่ยนผ้าอ้อมนี่แหละครับ วันๆ นึงหลายสิบผืนเลย เราตัดสินใจยอมเหนื่อยไม่ใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูป แถมคุณพ่อมือใหม่ก็กะจังหวะไม่ถูกว่าควรเปลี่ยนผ้าอ้อมเมื่อไหร่ ถึงแม้ว่าผมจะได้ร่ำเรียนวิชาการนุ่งผ้าอ้อมและห่อตัวเด็กขั้นเทพ จากพยาบาลที่ศิริราชก็ตาม แต่เมื่อเด็กมันถ่ายหนึ่งครั้ง มันก็ซึมออกมาเลอะหลายผืนอยู่ ฉะนั้นถ่ายครั้งหนึ่งๆ จะต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมประมาณ 3 ผืนทีเดียวครับ โชคยังดีที่ไม่ต้องซักผ้าอ้อมเองครับ ไม่อย่างงั้นอ่วมกว่านี้แน่นอน

ในช่วงสามเดือนเราจะเห็นพัฒนาการ การขับถ่ายของลูกครับ ว่าถ่ายถี่น้อยลง และเริ่มเป็นกากเป็นเนื้อมากขึ้นครับ นั่นหมายถึงเด็กสามารถย่อยนมแม่และดูดซับได้ดีขึ้นครับ แต่ก็ยังคงฉี่บ่อยอยู่เหมือนเดิมครับ แม่หนุนเลอะทั้งวันแหละครับ ฮ่าาา บางทีปล่อยให้ฉี่ครบสามครั้งก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนเสื้อผ้าทีเดียว มาถึงช่วงนี้ใครที่คิดว่าพ่อแม่ไม่รักนี่ให้คิดใหม่นะครับ เพราะการที่พ่อแม่เราเลี้ยงดูเราให้ผ่านช่วงนี้มาได้ ต้องให้ความรักอย่างมากเลยทีเดียวครับ เพราะเราเล่นขี้เยี่ยวใส่ท่านทั้งวันทั้งคืนเป็นปีๆ เลยนะครับ เลยทำให้ผมจากที่เป็นคนขี้เล่น กลายมาเป็นคนเล่นขี้แทน สิ่งปฏิกูลมันก็เป็นเพียงก้อนธาตุที่ขับออกมาจากร่างกายก็เท่านั้น หากเราไม่ชำระให้ลูกเรา ก็ไม่มีใครทำให้ละครับ

ถึงแม้ว่าผมจะไม่ค่อยมีโอกาสให้นมลูก และกล่อมให้ลูกนอน แต่สิ่งที่ผมภูมิใจที่สุดนอกจากการเป็นโถส้วม ก็คือการอาบน้ำลูกครับ เกิดมาไม่เคยคิดว่าจะอาบน้ำให้เด็กเป็น แต่ก็ได้ทำ และทำได้ในที่สุดครับ ช่วงสามเดือนแรกมันยากเนื่องจากว่ายังใหม่และเด็กตัวเล็กมากครับ แต่พอพ้น 3 เดือนมาแล้ว พบว่า อาบน้ำให้เด็กยากกว่าเก่าอีก เพราะมันดิ้นครับ แถมแรงเยอะด้วย ต้องคอยหาของเล่นมาล่อเอาไว้ครับ หุหุ ชวนลูกลงอ่างแต่เล็กเลยครับ ฝึกไว้ๆ

Mama The Cow, Exclusive Brest Feeding

namo-milk-warehouseด้วยอาณิสงฆ์ผลบุญจากการตัดสินใจซื้อเครื่องปั๊มนม Phillips Avent มาให้ใช้ คุณหมอหนุนกลายเป็น นายกสมาคมแม่บ้านพันธุ์โคนมแห่งตลิ่งชัน ไปโดยปริยายครับ น้องนะโมได้กินแต่นมแม่ตลอด 4 เดือนเต็ม ชีวิตนี้ไม่เคยลิ้มรสน้ำเปล่าครับ แถมนมแม่ยังเต็มตู้เย็นทั้งบ้านผม บ้านหมอหนุน เท่านั้นไม่พอ ขณะนี้นมแม่หนุนยังขยายอาณานิคมไปยังโรงพยาบาลศิริราชด้วย คาดว่าอนาคตจะตั้งเป็นสหกรณ์แล้วส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านต่อไป

Ouan The Nanny Master

เสียดายที่ชีวิตหมอนั้น สามารถหยุดงานได้เพียง 1 เดือนครับ ท้องในวัยเรียนก็ลำบากอย่างงี้แหละครับ โชคดีที่คุณปู่คุณย่าหาพี่เลี้ยงเด็กที่ไว้ใจได้ครับ เป็นคนรู้จักของคุณแม่และที่บ้านมานานแล้ว ชื่อน้าอ้วนครับ ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล น้าอ้วนเป็นคนทำบายศรีมาส่งให้ที่บ้านเสมอๆ และรับทำบายศรีในงานพิธีต่างๆ รวมถึงพิธีแต่งงานของกระผมด้วย เป็นคนธรรมะธรรมโม วันพระถือศีลแปด ใส่บาตรทุกเช้า รักเด็ก เลี้ยงเด็กเก่ง ทำกับข้าวก็อร่อย (ระดับภัตตาคาร) ขับรถก็ได้ แถมเข้ากับคนได้บ้านได้ดีอีกด้วยครับ ย้ายเข้ามานอนด้วยกันที่บ้านเลย แถมยังช่วยดูแลน้องๆ และเรื่องต่างๆ ภายในบ้านให้ด้วย เหมือนได้ญาติผู้ใหญ่เพิ่มอีกคนเลยทีเดียว

หลังจากผ่านเดือนแรกไป น้าอ้วนจะเป็นคนดูแลช่วงกลางวันครับ ส่วนช่วงเย็นหนุนจะกลับมาเลี้ยง และผมก็ตามกลับมาช่วงค่ำๆ ครับ พ่อแม่เลี้ยงช่วงกลางคืน สามเดือนแรกก็ยังคงสนุกสนานกับการตื่นทุกสองชั่วโมง และเช้ามาต้องไปทำงานก็เอาไปส่งให้น้าอ้วนครับ

นอกจากน้าอ้วนแล้วที่บ้านยังมีแรงงานจากต่างประเทศมาสองนางครับ คนนึงมาทำงานบ้าน ส่วนอีกคนเป็นเพื่อนกันชวนกันมาทำงานด้วยกัน มีหน้าที่คือช่วยดูแลเด็กเป็นหลักครับ ผมโชคดีมากที่มีคนรักเด็กสองคนมาช่วยดูแลน้องนะโมครับ และโชคดีที่มีคนช่วยซักผ้าอ้อมกองมหึมา ฮ่าๆๆ…

MooMoo de Foie gras

namo-n-moomooจริงๆ แล้วประเด็นนี้ผมเพิ่งสังเกตุเห็นเมื่อเดือนสองเดือนก่อนครับ ว่าทำไมทุกครั้งที่ลูกไปนอนบ้านคุณแม่ยาย แล้วกลับมาตัวหนักขึ้นทุกที แถมพุงปลิ้นล้อเลียนพ่ออีกต่างหาก แต่พอได้เห็นความสามารถในการเลี้ยงเด็กขั้นเทพของ “มูมู่” คุณแม่ของคุณหมอหนุนแล้ว ถึงบางอ้อ… โอ้โห ยัดเข้าไปได้ยังไงหละนั่น นั่นมันฟัวกราชัดๆ เลย!

คุณยายน้องนะโม หรือคุณแม่ของหมอหนุน ชื่อเล่นชื่อ หมู ครับ ผมจะเรียกท่านว่า แม่หมู แต่ท่านไม่ยอมให้ใครเรียก “อาม่า” หรือ “คุณยาย” เด็ดขาดเพราะมันแก่! ท่านเลยให้หลานเรียกว่า “มูมู่” ครับ บัญญัติศัพท์ใหม่ขึ้นมาเองซะเลย ฮ่าาา… ด้วยประสบการณ์เลี้ยงลูกอันโชกโชน เลยมีการเถียงกับหมอหนุนเป็นระยะๆ ว่า เลี้ยงเด็กมันต้องอย่างนี้สิ หมอหนุนก็บอกว่า ไม่ได้นะ ในตำรามันว่าไว้อย่างนั้น ต้องทำอย่างนั้นสิ ผลสุดท้าย ตำรามักไม่ได้บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงซักเท่าไหร่ครับ คุณหมอถึงขั้นพับตำราเก็บขึ้นหิ้งเลยทีเดียว

เนื่องด้วยน้องนะโมเป็นหลานคนแรกของญาติทั้งสองฝ่ายครับ แต่ละคนก็อยากจะเลี้ยงดูน้องนะโมด้วยกันทั้งนั้น เลยตกลงกันว่า วันธรรมดาอยู่บ้านผม แล้ววันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ อยู่บ้านคุณยาย… เอ้ย บ้านมูมู่ ครับ ผมเห็นว่าเป็นผลดีครับ เพราะคุณหมอได้มีโอกาสเรียนรู้การเลี้ยงเด็กจากปรมจารย์มูมู่ ได้ถ่ายทอดวิชาเคล็ดลับต่างๆ ให้ ยกตัวอย่างเช่น ช่วงแรกๆ น้องนะโมจะ ฉี่ กับ อึ ห่างกันประมาณ 5-10 นาทีครับ คือพอถ่ายเสร็จแล้วต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมก่อน พอเปลี่ยนเสร็จก็ฉี่อีกรอบ ก็เปลี่ยนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ครับ… หารู้ไม่ว่า จริงๆ แล้ว เราสามารถสอนให้เด็ก ฉี่ทันทีหลังจากถ่ายได้ครับ โดยการพูดว่า “ฉี่……” อ่า คุ้นๆ มั้ยครับ ผมว่าผมจำความได้คือโน่นครับ สมัยประถม ถ้าฉี่ไม่ออกแล้วเราพูดคำว่า “ฉี่…” แล้วเราจะฉี่ออก แล้วเราก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่า ทำไมเราถ่ายเสร็จแล้วเราถึงต้องฉี่เป็นการปิดท้ายด้วย จนถึงทุกวันนี้ผมก็ไม่รู้ครับ ผมรู้แค่ว่าตอนเราอายุไม่กี่เดือน เราก็โดน “ฉี่…” ใส่หูแล้วครับ ส่วนทุกวันนี้ น้องนะโมสามารถนั่งโถชักโครกผู้ใหญ่แล้วเบ่งอึได้เองครับ! (มันจะรีบไปไหนฟระ)

กลับมาเรื่องฟัวกรา (หลังจากเรื่องปัสสาวะ) มีเทคนิคมากมายในการสังเกตการกินนมของเด็กเล็กครับ ตั้งแต่เรื่องของจุกนม ขนาดขวดนม จุกบางแบบเหมาะกับกลางวัน กินตอนตื่น และมีวิธีการป้อนนมตอนเด็กหลับด้วยครับ แถมมันกินเยอะกว่าตอนตื่นอีกครับ แค่สังเกตจังหวะดีๆ แล้วป้อนให้ถูก ป้อนหายๆ ครับ ตัวหนักขึ้นทันตาเห็นครับ แต่เนื่องจากเป็นนมแม่ 100% ให้กินได้มากเท่าที่กินได้ครับ ร่างกายเด็กจะโตไว แข็งแรงมาก และโตแบบสมส่วนครับ ไม่อ้วนจนเกินไปหรือมีปัญหาเรื่องน้ำหนัก เนื่องจาก 6 เดือนแรกนั้น บทบาทสำคัญของนมแม่ไม่ใช่โปรตีนที่เข้มข้นครับ แต่เป็นภูมิต้านทานที่ร่างกายแม่ผลิตเพื่อให้ลูกผ่านทางน้ำนมครับ และเด็กแรกเกิดยังย่อยโปรตีนไม่ค่อยได้ครับ ฉะนั้นปริมาณโปรตีนจะน้อย ซึ่งสอดคล้องกับธรรมชาติของร่างกายเด็กครับ แต่ด้วยสารอาหารในสัดส่วนที่เหมาะสม การให้นมแม่ทำให้เด็กโตได้สมส่วนทั้ง ส่วนสูง น้ำหนัก รอบศีรษะ ฯลฯ ครับ ถึงแม้ว่าน้องนะโมจะโตไวไปนิดนึง พล็อตกราฟน้ำหนักและส่วนสูงต่ออายุออกมา อยู่ใน percentile ที่ 97 เกือบตลอด และพัฒนาการดีมากด้วยครับ

To be Continue…

ตอนแรกว่าจะเขียนรวดเดียวถึงเดือนที่ 7 เลย แต่ว่าลูกเริ่มงอแงซะแล้วครับ สงสัยหมดสิทธิ์ ไว้ติดตามตอนต่อไปละกันนะครับ