รูปนี้เป็นรูปที่ผมเห็นว่าสวยที่สุดในรอบปีที่ผ่านมาเลยครับ

วันนี้รู้สึกว่าตัวเองแก่มากขึ้นอีกเนื่องจาก ผมมีภรรยาอายุ 30 เสียแล้ว ถึงแม้หนอหนุนจะพยายามแอ๊บเด็ก ชอบหลับนอนกับน้องนะโมก็ตาม แต่ก็คงไม่เป็นผลแต่อย่างใด กับอายุที่ขึ้นด้วยเลข 3x

เมื่อสองสามวันก่อน หมอหนุนถามผมว่า ทำไมเดี๋ยวนี้เขียนแต่เรื่องของลูก ไม่เห็นเขียนเรื่องของเค้ามั่งหละ… นั่นสินะ ไม่มีคำตอบ หรือคำแก้ตัวใดๆ… ผมก็คงได้แต่ก้มหน้ารับผิดว่า “ขอรับ” ส่วนในใจก็คิดว่า เดี๋ยวจัดเต็มให้เลย

ตัวผมเองเริ่มผันชีวิตเข้าสู่วัยเลข 3 ก่อนหมอหนุน 1 เดือน เพราะวันเกิดเราต่างกันแค่ 1 เดือน 1 วัน เรียกได้ว่าเข้าสู่วัยทำงานเต็มตัว และโดนงานกินหัวครอบงำชีวิตมาได้ซักพักนึงแล้ว ผมถือว่าตัวผมเองโชคดีมาก ที่มีคู่ชีวิตที่ดี และลูกที่น่ารัก ประกอบกันเป็นครอบครัวที่อบอุ่น (อุ่นมาก เพราะน้องนะโมขี้ร้อน เหงื่อแตกตลอดเวลา) ผมเลยพยายามดึงตัวเองออกจากงานให้มากที่สุดระหว่างที่อยู่กับครอบครัว เพราะสิ่งที่ครอบครัวต้องการจากเรานั้นไม่ใช่แค่เวลาครับ แต่ต้องการปฏิสัมพันธ์ด้วย (เช่น น้องนะโมลากผมไปตีกลองชุดด้วย ส่วนหมอหนุนสะกดจิตผมด้วยคำพูดว่า อยากกินเฟรนช์ฟรายด์ หรืออยากกินแฟนต้าน้ำองุ่นเย็นๆ)

ความแตกต่างที่ผมเห็นในชีวิตคู่ของผม คงไม่ใช่รักที่จืดจาง แต่เป็นศูนย์กลางของความรักนั่นเปลี่ยนไป จากชีวิตคู่ที่จุดศูนย์กลางของความสนใจอยู่ที่คู่ชีวิต และจุดศูนย์กลางความต้องการยังคงเป็นตัวเองอยู่ เปลี่ยนมาเป็นการทำทุกอย่างเพื่อลูก เพื่อครอบครัว และต่างฝ่ายต่างเสียสละความต้องการของตัวเองลง เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของลูก (ไหนว่าจะเขียนเรื่องภรรยา กลับมาเรื่องลูกเหมือนเดิม… ฮ่าาา…)

จริงๆ แล้วช่วงนี้ทั้งผมและหมอหนุนต่างฝ่ายก็งานยุ่งกันทั้งคู่ เวลาที่อยู่ด้วยกันส่วนใหญ่ก็ใช้ไปกับการดูแลลูก เลยทำให้เวลาที่จะทะเลาะเบาะแว้งกัน ลดน้อยลงไป เลยไม่รู้ว่าจะทะเลาะกันไปทำไม แค่แอบหนีลูกไปกินข้าวเย็นด้วยกันสองต่อสองเป็นบางครั้งก็ดีใจจะแย่อยู่แล้ว แต่ผมก็ถือว่าลูกเป็นองค์ประกอบที่สำคัญมาก ที่ช่วยปรับสมดุลย์ของชีวิตคู่ในวัยทำงานอย่างจริงจังครับ ไม่อย่างนั้นหากเรายังคงหมุนรอบตัวเองอยู่ เราอาจจะหลงทาง หลงระเริงกับความสำเร็จในหน้าที่การงานจนลืมคู่ชีวิตของเรา หรือปล่อยให้ปัญหาที่ทำงานตามมาหลอกหลอนชีวิตคู่ถึงห้องนอนก็เป็นได้

Happy Birthday Present

รองเท้ากีฬาคู่ใหม่ ถูกใจคุณแม่ยังสาว

เพื่อนร่วมงานผมถามว่า “วันนี้คุณเตรียมของขวัญวันเกิดให้ภรรยาคุณรึยัง” คำถามนี้ถูกถามขึ้นระหว่างขับรถกลับกรุงเทพฯ หลังจากประชุมกับลูกค้าที่ปราจีนบุรีเสร็จในช่วงเย็น กว่าจะกลับถึงชายแดนกรุงเทพฯ ย่านบางนาก็ 6 โมงเย็นเสียแล้ว ไหนจะต้องฝ่ารถติดมหาโหดเพื่อกลับไปให้ถึงบ้านอีก จะเอาเวลาที่ไหนไปหาซื้อของขวัญวันเกิดเพื่อมาเซอร์ไพรส์เหมือนสมัยวัยรุ่นได้หละ แถมอยู่ด้วยกันทุกวัน จะเอาที่ไหนไปซ่อนของขวัญเหมือนเมื่อก่อนได้อีก แถมอายุปูนนี้แล้ว เดี๋ยวเดือนหน้าลูกก็จะเข้าโรงเรียนแล้ว ไม่ต้องลีลามากละครับ โทรถามเลยดีกว่า ว่าจะให้ซื้อของขวัญมาให้ หรือจะให้พามาเลือกเอง… คุณหมอก็เลยเลือกเองเสียเลย วันนี้คุณหมอเลยได้ของขวัญวันเกิดเป็นรองเท้ากีฬาคู่ใหม่ถูกใจคุณแม่ยังสาวหละครับ